การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนั้นไม่หยุดและไม่ควรหยุดแม้ประเทศจะอยู่ในวิกฤต

หมายเหตุ บทความนี้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563

ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทเสภาสามัคคีเสวกเพื่อส่งเสริมให้คนไทยสามัคคีภายในแกนนำคนเดียวกัน ท่านได้เปรียบสยามเป็นดั่งเรือลำหนึ่ง “ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี เหมือนลูกเรืออยู่ในกลางหว่างวารี จำต้องมีมิตรจิตรสนิทกัน” ช่วงหนึ่งของบทประพันธ์กล่าว “แม้ลูกเรืออวดดีมีทิฐิ และเริ่มริเฉโกยุ่งโยเส เมื่อคลื่นลมแรงจัดซัดโซเซ เรือจะเหล่ระยำคว่ำไป”

หากเปรียบรัฐบาลไทยตอนนี้เป็นเรือลำหนึ่ง ก็คงจะเป็นเรือที่กำลังแล่นผ่านทะเลที่กำลังปั่นป่วน มองไปไม่เห็นชายฝั่ง

วิกฤติไวรัสยังไม่ดีขึ้น และหากยังไม่มีวี่แววที่จะดีขึ้นในเร็ววัน ประเทศไทยอาจจะมีสภาพไม่ต่างจากเรือสำราญที่กำลังจะล่ม

แต่จนขณะนี้ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างลูกเรือบนเรือลำนี้ยังไม่ปรากฏให้เห็น ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตที่รุนแรงเป็นประวัติศาสตร์ หลายคนมองว่าแทนที่ทุกคนจะร่วมด้วยช่วยกัน กลับมีกลุ่มคนที่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ บ้างไม่ยอมอยู่บ้านหยุดเชื้อ บ้างก็เอาแต่วิจารณ์การปฏิบัติงานของรัฐบาลในช่วงที่ยากลำบากนี้

ประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ส่วนใหญ่มุ่งไปที่การขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลุ่มคนที่ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องออกนอกบ้านบางกลุ่มไม่ยอมให้ความร่วมมืออยู่บ้านหยุดเชื้อ แม้จะมีหลักฐานออกมาพิสูจน์แล้วว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมนั้นเป็นหนทางเดียวที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงได้ หรือการที่บางคนไม่ยอมกักตัวแม้ว่าจะพึ่งกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยง ความเห็นแก่ตัวของคนเหล่านี้ได้สร้างความลำบากให้แก่ผู้อื่นเป็นจำนวนไม่น้อย

การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลก็ถูกมองว่าเป็นการกระทำแบบมือไม่พายเอาเท้าราน้ำเช่นกัน และมันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงคิดแบบนั้น หลายครั้งที่การวิจารณ์รัฐบาลนั้นไม่ได้อยู่ในรูปแบบติเพื่อก่อ และมันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นผู้นำประเทศไม่ว่าจะประเทศไหนก็ตามในสถานการณ์แบบนี้ แต่แม้ว่าคนไทยจะรู้สึกหงุดหงิดกับการปฏิบัติงานที่ล่าช้าของรัฐบาลประยุทธ์แค่ไหน ต้องอย่าลืมว่ารัฐบาลประเทศอื่นๆ ก็กำลังตกอยู่ในสถานะเดียวกัน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาก็ต้องวุ่นกับการควบคุมสถานการณ์ไปพร้อมๆ กับการปลุกเร้าความเกลียดชังต่างชาติ สรรเสริญเยินยอตนเอง และขบคิดเรื่องตลาดหุ้น หรืออย่างทางฝั่งนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษที่เลือกใช้มาตรการที่ไม่เห็นผลอย่าง “herd immunity” และแม้จะล้มเหลว บอริสก็ยังใช้สัญชาตญาณแนวเสรีนิยมของตนต่อ ซึ่งส่งผลให้อังกฤษมีมาตรการควบคุมโรคออกมาช้ากว่าประเทศยุโรปอื่นมาก

มาตรการปิดเมืองกรุงเทพและการวางแผนใช้มาตรการฉุกเฉินของรัฐบาลไทยนั้นเป็นสิ่งดีและจำเป็น สมควรที่จะได้รับคำชื่นชม มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องตัดสินใจแบบนี้ ในขณะที่ความเป็นอยู่ของผู้คนก็ต้องได้รับการดูแล

แต่กระแสรักชาติและการเชื่อฟังรัฐบาลอย่างเดียว ไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แม้ว่าอาจจะฟังไม่เข้าหูกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลมากนัก แต่การตั้งคำถามกัปตันเรือเวลาที่เรือกำลังแล่นไปผิดทางไม่ใช่เรื่องผิด การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนั้นไม่หยุดและไม่ควรหยุดแม้ประเทศจะอยู่ในวิกฤต

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนประเด็นนี้ได้อย่างดี คือกรณีที่พรรคก้าวไกลออกมาแถลงการณ์ถึงการใช้พรก.ฉุกเฉินของพลเอกประยุทธ์เพื่อเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์ คำแถลงการณ์ของพรรคที่ออกมานั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโซเชียลมีเดีย โดยมุ่งประเด็นไปเรื่องที่พรรคพยายามจะทำคะแนนทางการเมืองในยามวิกฤต และการที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลมากจนเกินไป

แต่ทว่าหากใครได้อ่านคำแถลงการณ์นั้นจนจบจะพบว่าแท้จริงแล้วพรรคก้าวไกลนั้นเห็นด้วยกับการใช้พรก.ฉุกเฉินเพื่อผลักดักการเว้นช่องว่างทางสังคม และลดผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ แต่ในขณะเดียวกัน พรรคเพียงต้องการออกมาเตือนไม่ให้รัฐบาลใช้อำนาจอย่างมิชอบในการปิดปากสื่อ ซึ่งเป็นที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อพรก.ฉุกเฉินถูกบังคับใช้

ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วว่าการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออกนั้นนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงได้อย่างไรบ้างจากกรณีของ นายแพทย์ชาวจีนหลี่ เหวินเหลียง ที่ถูกรัฐบาลจีนสอบสวนเพียงเพราะออกมาเตือนประชาชนเรื่องไวรัสโคโรนา และท้ายสุดนายแพทย์หลี่ได้เสียชีวิตเพราะไวรัสนี้ ฉะนั้นคำแถลงการณ์นี้ของพรรคก้าวไกลจึงเป็นจุดยืนที่ฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพพึงกระทำ

แน่นอนว่าปัญหาการเมืองระหว่างพรรคเป็นเรื่องที่ควรมองข้ามไปก่อนในยามวิกฤต แต่เสรีภาพในการแสดงออกคือข้อได้เปรียบของระบบประชาธิปไตยที่ทำให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ มีเสียง และมีอำนาจในการควบคุมรัฐบาล

การจับตามองและผลักดันให้รัฐบาลเดินไปในทางที่ถูกนั้นไม่เพียงจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี แต่จะช่วยรักษาชีวิตคนไปพร้อมๆกันด้วย

ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าการสื่อสารจากคณะรัฐมนตรีนั้นไร้ประสิทธิภาพและสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นการผลักดันให้มีการสื่อสารที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และรู้ว่าว่าตนต้องทำอะไรในสถานการณ์เยี่ยงนี้ และกว่าที่รัฐบาลจะตัดสินใจใช้มาตรการฉุกเฉินต่างๆ ที่มีอยู่ในตอนนี้ ประชาชนก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้น

เริ่มแรกที่รัฐบาลไม่ได้ประกาศแนวทางการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากตกงาน ก็ได้ชาวเน็ตมิใช่หรือที่เป็นคนมากดดันให้รัฐบาลมาจัดการดูแลเรื่องนี้

แน่นอนว่าหน้าที่หลักของประชาชนในตอนนี้คือการอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แต่อีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการใช้สิทธิของประชาชนในการกดดันและผลักดันรัฐบาลให้ออกมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยไปพร้อมๆกัน

และการทำแบบนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราแน่ใจได้ว่าเรือกำลังแล่นไปถูกทาง

ผู้เขียน Ken Lohatepanont

ผู้แปล Salisa Traipipitsiriwat

COVID-19

Covid-19 leaves Gen Z among the impacted group of people, while women beat men in being stressed out

The impact of Covid-19 outbreak was not just on the health and economy of the people of Thailand but...

Latest article